
การหาเพื่อนใหม่สักคน ง่ายกว่าการเก็บรักษาเพื่อนเก่าเอาไว้ให้คบกับเราไปนานๆ แค่ทำงานด้วยกันก็เป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้ว บางครั้งเพื่อนใหม่ทำให้เราห่างเหินเพื่อนเก่าโดยไม่ตั้งใจ ทำอย่างไรจึงจะรักษาสายสัมพันธ์อันมีค่า เอาไว้ได้ตราบนานเท่านาน คงต้องมีเคล็ดลับกันหน่อยละ เพื่อนต้องมาก่อน เคยมีคนพูดเอาไว้ว่า มิตรภาพเป็นเรื่องยากและท้าทาย มันเหมือนต้นไม้ที่เราต้องหมั่นรดน้ำพรวนดิน ไม่สามารถงอกงามได้ด้วยตัวเอง วิธีนี้ช่วยให้ความสัมพันธ์ต่อติดไม่ขาดหาย หรือถ้าต่างคนต่างมีลูกผัวแล้ว น่าจะลองรวมตัวไปเที่ยวไกลๆกันสักปีละครั้ง รักเพื่อนอย่างที่เพื่อนเป็น เพื่อนแต่ละคนย่อมมีจุดเด่นคนละสไตล์แตกต่างกันไป เราควรยอมรับและใช้ประโยชน์จากเพื่อนในแบบที่เขาเป็น เป็นผู้ฟังที่ดี การเป็นผู้ฟังที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับมิตรภาพของลูกผู้หญิง ลองคิดดูง่ายๆว่า ถ้าหากคนหนึ่งเอาแต่พูดเจื้อยแจ้วไม่ยอมฟังอีกฝ่ายหนึ่ง หรือเอาแต่พูดๆๆๆๆทั้งคู่ รูปการณ์จะออกมาเละเทะขนาดไหน เคล็ดลับเป็นผู้ฟังที่ดีคือ เวลาที่เพื่อนพูดเรื่องสำคัญ เราควรลบเรื่องทุกอย่างออกจากจิตใจให้หมด ตั้งใจจดจ่อแต่สิ่งที่เพื่อนกำลังจ้อฉอดๆอยู่ตรงหน้า อย่ามัวแต่ครุ่นคิดว่าจะพูดตอบอย่างไร แทนที่จะทำตัวเป็นศิราณีให้คำปรึกษาผิดๆ สู้ทำตัวเป็นกระโถนให้เพื่อนระบายความทุกข์ไม่ดีกว่าหรือ เปิดเผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา ส่วนใหญ่ผู้หญิงมักไม่ค่อยพูดถึงมิตรภาพ และความสัมพันธ์ที่มีต่อกันและกันเท่าไรนัก คนที่เป็นเพื่อนกันไม่ได้หวังว่า อีกฝ่ายจะต้องเป็นคนเลิศเลอเพอร์เฟ็คท์สมบูรณ์แบบทุกอย่าง เราตีคุณค่าความเป็นเพื่อนตามที่มันเป็น ไม่ว่าเราหรือเขาจะเป็นใคร ต่างฝ่ายต่างยอมรับข้อบกพร่องของกันและกัน ในทางกลับกันการแสดงความขัดแย้งหรือความไม่พอใจ ในปริมาณที่เราและเพื่อนยอมรับได้ จะยิ่งช่วยเสริมส่งให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมเพื่อเพื่อนเสมอ เพื่อนรักย่อมเตรียมไหล่ไว้ให้เพื่อนซุกซบเช็ดน้ำตา ยามเพื่อนเดือดร้อนทุกข์ใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เพื่อนสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก อย่างไม่มีวันกลับ หรือหย่าร้างกับสามี เป็นวิกฤตชีวิตที่ต้องการความเอาใจใส่ดูแลอย่างที่สุด แค่โผล่ไปให้เพื่อนเห็นหน้าโดยไม่ต้องเอ่ยอะไร เท่านี้เพื่อนก็ซึ้งสุดซึ้งแล้วละ ของขวัญจากใจ เพื่อนไม่ได้คาดหวังของขวัญชิ้นแพงหรูเริ่ด เราเองก็ไม่ได้หวังจะได้ของราคาแพงหูฉี่จากเพื่อนเช่นกัน เพียงแต่ขอให้เป็นของขวัญที่มาจากหัวใจ มีความหมายอันแสดงถึงความรักและความสนิทสนมระหว่างเพื่อนฝูง ไม่ใช่พอนึกอะไรไม่ออกก็ซื้อกรอบรูป ผ้าเช็ดตัว หรือชุดผ้าปูที่นอนให้ ของขวัญที่มาจากใจจะสื่อถึงความรักและความเข้าใจที่เพื่อนซี้มีให้กันและกัน ไม่ใช่แค่ส่งให้ตามมารยาทเมื่อถึงเทศกาลต่างๆ ติดต่อเพื่อนเก่า สาวบางรายพอออกเหย้าออกเรือนก็หายหน้าไปจากแวดวงเพื่อนฝูง ไม่โผล่มาให้เห็น ครั้นเลิกร้างกับสามีถึงคิดได้ว่า ตัวเองเหลือแต่เพื่อนนี่ละที่ยังรักกันอยู่เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง การหวนกลับมาหาเพื่อนเก่าจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตขึ้นมาทันตาเห็น วิธีต่อสู้เพื่อให้ได้เพื่อนคืนมาก็คือ เสนอหน้าไปทุกงานที่เพื่อนไปกัน เช่น งานแต่งงาน งานจบการศึกษา งานเลี้ยงรุ่น งานชุมนุมศิษย์เก่า โอกาสแบบนี้ละที่สามารถเรียกคะแนนคืนจากเพื่อนพ้องได้ เปิดรับเพื่อนใหม่ เพื่อนเก่าก็ดีเพื่อนใหม่เราก็ต้องการ เพราะเพื่อนใหม่จะช่วยให้เราได้รู้จักผู้คนเพิ่มมากขึ้น ได้ขยายแวดวงคนรู้จักให้กว้างไกลออกไป เปิดโลกทัศน์ให้ระเบิดเถิดเทิงยิ่งกว่าเก่า ความจริงเพื่อนฝูงที่คบหาอยู่ตอนนี้ก็เป็นสื่อให้เราได้เพื่อนใหม่ด้วยนะ อย่ามัวแต่คบหาเวียนวนอยู่แค่นี้ ลองไปเจอเพื่อนของเพื่อนบ้าง หรือพาเพื่อนกลุ่มอื่นของเรามาเจอกับอีกกลุ่มบ้าง เท่านี้ก็สามารถขยายวงเพื่อนได้เพียบแล้วละ
Recent Comment
Tag Clouds
วันนี้4
เมื่อวาน11
ทั้งหมด (UIP)793
Gay 2010-01-22, 17:55:30
ผมเดินเข้าบ้านอย่างเงียบเชียบ
ซึ่งที่จริง ผมไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น ก็ได้
เพราะอย่างไรก็ดูเหมือนว่าผมตามอยู่ลำพังอยู่แล้ว
ผมปล่อยให้ห้องนอนอยู่ท่ามกลางแสงสลัว สักครู่ .. ก่อนเปิดไฟ
หน้าต่างบานกว้างถูกเปิดออก หน้าต่างอีกบานที่อยู่ฝั่งตรงข้ามยังไม่ได้เปิด
ผมนั่งก้ม ๆ เงย ๆ กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ และกองหนังสือ บนโต๊ะที่อยู่ริมหน้าต่าง
อ่านบ้าง .. เขียนบ้าง .. และก็ปล่อยใจให้ลื่นไหลไปกับตัวอักษร
หน้าต่างฝั่งตรงข้ามเปิด หลังจากที่มีแสงไฟ พร้อมกับเสียงทักทายของเขา
" สวัสดีครับ ทานข้าวหรือยังครับ คุณคงสบายดีนะครับ"
มักจะเป็นเวลาประจำ ช่วงสี่ทุ่ม ที่ผมจะได้พบเขา เพื่อนบ้านที่ผมไม่รู้จักชื่อ
" ทานแล้วครับ คุณล่ะ ทานข้าวหรือยัง "
คำทักทายที่กลายเป็นประโยคคุ้นเคยจนแทบจะท่องจำได้ในทุกถ้อยคำ
ผมกับเขา คุยกันผ่านหน้าต่างมาหลายปีแล้ว
เป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าแปลกประหลาดแท้ ๆ
เขาบอกว่า บ้านที่เขาอยู่ตรงนั้น คือ ชนบท
ส่วนผมก็ยืนยันว่า ผมอยู่กรุงเทพฯ
เราแทบจะยื่นมือเอื้อมถึงกัน แต่ไหง๋ เขาถึงบอกว่าเขาอยู่ชนบทนะ
มองจากหน้าต่าง ผมเห็นบ้านของเขาเป็นเรือนไม้สองชั้น
มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ผล และไม้ดอก บ้านของเขาน่าอยู่จัง
เขาเลี้ยงสุนัขด้วย ครั้งหนึ่งเขาบอกว่า เขาเพิ่งได้ลูกสุนัขมาใหม่
ผมรีบขอเขาทันที และก็โมเมว่า มันเป็นของผมแล้ว มันชื่อ มีม
คงอยากรู้สินะ ว่า วัน ๆ ผมกับเขาคุยอะไรกันบ้าง
- เขามักจะเล่าเรื่องราวในคราวที่เขาออกไปท่องเที่ยวให้ฟัง
- เขามักจะเล่าเรื่องดนตรี เล่าลึกไปจนถึงนักดนตรี และตำนานเพลง
- เขามักจะเล่าเรื่องกีฬา ฟุตบอลเป็นกีฬาโปรดของเขา
- เขามักจะเอารูปวาดมาอวด และบอกว่า นั่นเป็นฝีมือของเขา
- เขามักจะเล่าเรื่องการเมือง เรื่องที่เขาอยากให้ใครสักคนรับฟังสิ่งที่เขาอัดอั้น
ผมเป็นคู่สนทนาของเขา ซึ่งบางเรื่องผมก็พอจะกล้อมแกล้มโต้ตอบได้
โดยเฉพาะ เรื่องการเมือง และกีฬา และท่องเที่ยว ฯลฯ
แต่บางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องดนตรีที่ขุดเอาคนแต่ง คนประพันธ์
หรือแม้แต่ ทำนองลอกจากใครมา
ผมเหมือนลาโง่ ที่ไม่รู้จะคุยกับเขายังไง
ไม่ยุติธรรมสำหรับเขาสักเท่าไหร่ หากทุก ๆ เรื่องที่ผมเล่าให้เขาฟัง เขาตั้งใจฟัง
บางหน ผมหาปมมาให้เขาแก้ หาปัญหามาให้เขาขบคิดและหาหนทางช่วยเหลือ
ผมไม่เอาไหนเลย ทำไมนะ ผมถึงได้เป็นคนห่วยแตกอย่างนี้
ผมแทบไม่รู้สึกตัวเลยว่า ผมเป็นเช่นนั้น แต่ผมก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า .. เป็น
...........................................................
วันนี้ ผมอยู่ในห้องนอน นั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือ
ผมเปิดหน้าต่าง แต่ผมไม่ได้เปิดไฟ
ผมไม่กล้าเปิดไฟ เพราะผมรู้สึกว่า ผมช่างไม่มีประโยชน์ใด ๆ สำหรับเขา
ผมไม่อาจช่วยผ่อนคลายในความทุกข์ร้อนกังวลใจของเขาได้
ผมช่างเป็นคู่สนทนาที่น่าเบื่อ.....
ที่มากว่านั้นคือ ผมรู้สึกละอาย
เขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผม ..
ผมแอบมองเขาผ่านหน้าต่างห้องที่ไม่เปิดไฟ ..
เห็นเขายืนชะเง้อมองมาทาง หน้าต่างห้องผม
ผมนั่งเงียบ ๆ อยู่ในห้องที่ไม่ได้เปิดไฟ . .

Post by: EprinkPakma | 2010-01-22, 17:55:30
(0)
(0)